วัดมหาธาตุวรวิหาร จังหวัดราชบุรี

Wat Mahathat Worawihan

วัดมหาธาตุวรวิหาร เดิมมีชื่อว่า วัดหน้าพระธาตุ หรือวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ เป็นวัดที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ถือเป็นอารามหลวงชั้นตรี ที่สร้างตั้งแต่สมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 แห่งกัมพูชา สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ที่อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี แต่เดิมเมื่อสมัยทวารวดี บริเวณจังหวัดราชบุรี ถูกเรียกว่าชยราชบุรี ซึ่งเป็นหัวเมือง วัดมหาธาตุวรวิหารมีพระปรางค์ และกำแพงที่สร้างด้วยศิลาแลง ด้วยโดยลักษณะของสิ่งก่อสร้างทั้งสองจะเป็นแบบวัฒนธรรมขอม เพราะว่าเมื่อสมัยทวารวดี เป็นยุคที่วัฒนธรรมเขมรได้เข้ามามีอิทธิพลมากๆ ในบริเวณนี้ สิ่งก่อสร้างต่างๆ ที่สร้างขึ้นในสมัยนั้นจึงได้รับอิทธิพลขอมมาอย่างไม่น่าแปลกใจ กำแพงศาลาแลงที่ล้อมรอบพระปรางค์ไว้ เสมือนใจกลางเมืองนั้น มีความเชื่อมาจากเรื่อง ภูมิจักรวาลของเขมร และเมื่อเข้าสู่อยุธยาตอนต้น ได้มีการปรับปรุงด้วยการสร้างพระปรางค์แบบสมัยอยุธยาทับซ้อนแบบเก่าไป แล้วสร้างเพิ่มอีก 3 องค์ ในฐานเดียวกันนั้น
การใช้ชีวิตของบรรพบุรุษโบราณของเรานั้น ผู้คนจะอาศัยอยู่ในแหล่งที่มีความอุดมสมบูรณ์ ดังนั้นที่อยู่อาศัยจะมีการเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ เมื่อพบสถานที่ที่เหมาะแก่การตั้งถิ่นฐานมากกว่า ซึ่งก็ถือว่าเป็นสัญชาตญาณของมนุษย์อย่างหนึ่ง ที่ต้องมีการปรับเปลี่ยนไปตามสภาพแวดล้อม เพื่อที่จะดำรงชีวิตอยู่ได้ต่อไป นอกจากสภาพที่เหมาะสมกว่าแล้ว ในอดีตนั้นยังมีการล่าอาณานิคม ดังนั้นสิ่งที่ควรคำนึงคือผังเมือง ดังนั้นที่อาศัยจะต้องตั้งอยู่ในทำเลที่เข้ารุกรานได้ยาก เพื่อความปลอดภัยในการใช้ชีวิต ด้วยเหตุผลเหล่านี้เมื่อมาถึงสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ท่านทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการย้ายเมืองราชบุรีจากตะวันตกซึ่งวัดแห่งนี้ตั้งอยู่ ให้ย้ายไปยังฝั่งตะวันออก จากนั้นความเจริญต่างๆก็จะค่อนไปทางตะวันออกมากว่า เมื่อความเจริญฝั่งตะวันออกมากว่าตะวันตก ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ทางตะวันตก ก็ได้ย้ายตามความเจริญไปอยู่ทางฝั่งตะวันออกหมด ทำให้วัดนี้ไม่มีคนเข้ามา กลายเป็นวัดร้างในที่สุด
และเมื่อถึง พ.ศ. 2338 ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระภิกษุชื่อว่า พระบุญมา ท่านได้เดินธุดงค์มายังวัดร้างแห่งนี้ และเลือกที่จะปฏิบัติธรรมอยู่ที่วัดนี้ เพราะเห็นว่ามีความเงียบสงบ ร่มรื่น ซึ่งเอื้ออำนวยแก่การปฏิบัติธรรมอย่างมาก จากนั้นท่านเองก็ได้พบปะกับชาวบ้าน แล้วจึงได้ขอให้ชาวบ้านร่วมมือกันช่วยบูรณะวัด ดูแลปัดกวาด ซ่อมแซมในส่วนที่ผุพังไปบ้าง จนกระทั่งความสามัคคีของชาวบ้านที่ร่วมมือกันบูรณะ ช่วยให้วัดแห่งนี้กลับกลายมาเป็นพุทธสถานเช่นเดิม ซึ่งก็กลายเป็นวัดที่เป็นศูนย์กลางทางจิตใจของชาวบ้านในแถบนั้น จนมาถึงในปัจจุบันนี้ วัดแห่งนี้ได้รับการดูแลอย่างดี จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติที่ได้รับความนิยมจากชาวต่างชาติมากๆ ซึ่งทำให้จังหวัดราชบุรีนั้นมีชื่อเสียง นอกจากจะเป็นพุทธสถานแล้ว ยังมีส่วนให้เศรษฐกิจโดยรอบนั้นมีความเจริญด้วย เพราะนักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมเยียน คนในท้องถิ่นก็พลอยได้รับโอกาสในการประกอบอาชีพด้วย เช่น อาชีพค้าขาย เป็นต้น